อยากจะทำสบู่ขายต้องทำอะไรบ้าง

Last updated: Apr 26, 2019  |  5006 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

อยากจะทำสบู่ขายต้องทำอะไรบ้าง

หนึ่งในคำถามที่โดนถามมากที่สุดของแอดคือ อยากจะทำสบู่ขายต้องทำอะไรบ้าง? วันนี้แอดจะมีคุยเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านได้ไขข้อสงสัยกันเลยทีเดียวเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า


จะทำสบู่ขายต้องทำอะไรบ้าง

1.     การตลาด ข้อนี้แอดยกให้เป็นอันดับ 1 เลยเพราะว่าหากคุณจะขายสบู่แต่คุณไม่ทำการตลาดก่อนไม่มีทางขายได้อย่างแน่นอนส่วนเรื่องรายละเอียดการทำการตลาดท่านผู้อ่านสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากแหล่งความรู้ต่างมากมายแอดจะไม่ขอลงรายละเอียดในส่วนนี้นะครับ

2.     สบู่ แน่นอนจะขายสบู่ก็ต้องมีสบู่สิอันนี้แอดไม่ได้กวนโอ้ยนะเรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากเลยเพราะคุณต้องมีผลิตภัณฑ์สบู่ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายว่าจะทำขายให้ใคร คุณสมบัติสบู่เป็นอย่างไร เป็นสบู่ประเภทไหนซึ่งหาจะมีสบู่ได้นั้นก็มีด้วยกัน 2 วิธีคือ

1.     ผลิตเองมีคำกล่าวว่าธุรกิจจะอยู่รอดได้ยืนยาวหากเราไม่อาศัยจมูกคนอื่นหายใจ การที่เราผลิตสบู่เองนั้นเราจะสามารถควบคุมการผลิตได้ทุกขั้นตอนซึ่งจะทำให้ได้สบู่ตามที่เราต้องการจริงๆแต่การผลิตสบู่เองก็จะต้องจัดการเองทั้งหมดตั้งแต่กระบวนการเตรียมสถานที่ผลิต ขอเลขที่จดแจ้ง ผลิต และขายความเหนื่อยก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเพราะต้องทั้งผลิตและขายแต่แอดอยากจะบอกว่าเจ้าของแบรนด์ดังๆหลายคนสุดท้ายถ้าอยากให้ธุรกิจอยู่นานก็หันมาผลิตสบู่ขายเองกันทั้งนั้น

2.     จ้างผลิตหรอที่เราเรียกติดปากกันว่า OEM พูดง่ายๆก็คือการที่ไปจ้างให้โรงงานหรือสถานที่ผลิตสบู่ทั้งหลายเขาทำผลตภัณฑ์ให้เราซึ่งวิธีนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียข้อดีคือคุณไม่ต้องผลิตสบู่เองแค่ทำหน้าที่ขายให้ได้พอเป็นการลดความเหนื่อยลงไปได้เยอะทีเดียวคุณจะได้มีเวลาไปทุ่มเทกับการตลาดอย่างเต็มที่ส่วนข้อเสียคือการที่คุณจ้างผลิตนั้นในบางครั้งหรืออาจจะหลายๆครั้งผลิตภัณที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการโดยเฉพาะเรื่องของสีกับกลิ่นจากประสบการณ์ที่แอดเคยได้สัมผัสจากทั้งผู้ผลิตเองและผู้สั่งผลิตพบว่าในการสั่งผลิตแต่ละครั้งนั้นบางครั้งด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้สีกับกลิ่นเพี้ยนปัจจัยหลายอย่างนี้ก็มีทั้งปัจจัยที่เกิดขึ้นจากตัววัตถุดิบเองกับที่เกิดขึ้นจากตัวผู้ผลิตเองอันนี้แอดก็ไม่ลงลึกไปมากกว่านี้เดี๋ยวจะดรามากัน และการสั่งผลิตนั้นแน่นอนว่าผู้ผลิตเขาก็ต้องมีกำไรซึ่งโดยปกติแล้วในการผลิตผู้ผลิตจะตั้งกำไรต่อก้อนไว้ที่ประมาณ 40% ขึ้นไป เช่นคุณสั่งผลิตสบู่หนึ่งหมื่นก้อนผู้ผลิตบอกว่า ก้อนละ 10 บาทซึ่งใน 10 บาทผู้ผลิตจะมีกำไรอยู่ประมาณ 4 บาทซึ่งหากคุณสั่งผลิตน้อยกว่าหมื่นก้อนราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกทำให้หากคุณต้องการผลิตสบู่ที่ใส่พวกสารสกัดที่ดีและใช้แล้วเห็นผลจริงเช่นสบู่ผิวขาว(ดูบทความสบู่ผิวขาวคลิ๊กที่นี่) สมมติว่าต้องการใช้ Alpha Arbutin ซึ้งเป็นสารยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวและต้องใช้ในปริมาณสูง(ประมาณ 2%)ถึงจะเห็นผลซึ่งตามท้องตลาดทั่วไปสารตัวนี้มีราคาอยู่ที่ กรัมละประมาณ 200 บาทหากสบู่คุณหนัก 100 กรัมจะต้องใส่สารตัวนี้ 2 กรัมถึงจะใช้แล้วเห็นผลแค่ต้นทุนของสารให้ความขาวก็ประมาณ 200 บาทแล้วยังไม่รวมค่าเนื้อสบู่ ค่าสี ค่ากลิ่นและสารสกัดอื่นๆและผู้ผลิตก็ต้องบวกกำไรไปอีกอย่างน้อยก็ 40% คิดดูว่าคุณจะต้องรับภาระราคาสบู่เท่าไรและเมื่อเอาไปขายก็ต้องมีกำไรอีกในบางครั้งอาจทำให้สบู่ที่ขายมีราคาสูงเกินกว่าที่ผู้ซื้อเขาจะเอื้อมถึง

3.     บรรจุภัณฑ์ มีสบู่ก็ต้องมีบรรจุภัณฑ์ด้วยเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะผู้ซื้อจะเห็นบรรจุภัณฑ์เป็นอันดับแรกคงไม่มีใครขายสบู่แบบก้อนเปลือยให้ลูกค้าถือกลับบ้านอย่างน้อยก็ต้องมีพลาสติกใสๆหุ้มอยู่บ้างละนะ

4.     การขอผู้ประกอบการหากเป็นผู้ผลิตเองต้องขอเปิดระหัสผู้ประกอบการ(บทความสบู่ต้องขอ อย.ไหมคลิ๊กที่นี่)

5.     ขอเลขที่จดแจ้ง ก็คือที่คนเรียกทั่วไปว่าขออย.นั้นแหละแต่สบุ่เป็นเครื่องสำอางประเภทเครื่องสำอางทั้วไปซึ่งอยู่ในความดูแลของทสง อย.เวลาจะผลิตเพื่อขายก็ต้องไปขออนุญาติจากทางอย.ซึ่งเมื่อได้รับอนุญาติแล้วจะได้เลขกำกับมา 1 ชุดเรียกเลขพวกนี้ว่าเลขที่จดแจ้ง

         ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่คุณจะต้องมีแบบขาดไม่ได้หากคุณต้องการจะขาบสบู่เห็นไหมว่าไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยขอเพียงแค่เราศึกษาให้รู้จริงไม่ว่าจะเป็นอะไรเราก็สามารถทำได้ทั้งนั้นและสุดท้ายนี้แอดก็ขอฝากไว้ว่าหากคุณคิดจะทำอะไรสักอย่างแล้วคุณไม่ทำมันก็จะเป็นเพียงแค่ความคิดที่เป็นเหมือนลมที่เมื่อพัดเข้ามาก็พัดออกไป โอกาศของคนเราไม่ได้มีมาบ่อยๆ อย่าปล่อยให้โอกาสที่ลอยเข้ามาแล้วคุณไม่ได้คว้ามันไว้หละ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

 

Powered by MakeWebEasy.com